วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

พุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เชื่อ... แต่สอนให้พิสูจน์!


คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า ศาสนาเป็นเรื่องของความเชื่อ 
พุทธศาสนาก็เช่นกัน ชาวพุทธส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องของความเชื่อ 
ทว่าแท้จริงแล้วพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้ใครเชื่อ!

เราอาจจะเคยได้ยินเรื่องของกาลามสูตร 
ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะมาแล้ว
เนื่องด้วยสมัยนั้นมีผู้อวดอ้างตนในคุณวิเศษกันมาก
เชิดชูแต่ลัทธิของตัว พูดจากระทบกระเทียบดูหมิ่นลัทธิอื่น 
พร้อมทั้งชักจูงมิให้เชื่อลัทธิอื่น เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จถึงเกสปุตตนิคม
ดินแดนที่เต็มไปด้วยผู้อวดอ้าง
ชาวกาลามะได้ทูลถามด้วยความสงสัยว่าใครพูดจริง ใครพูดเท็จ?

พระพุทธองค์จึงทรงแสดงกาลามสูตร ว่าด้วยวิธีปฏิบัติต่อสิ่งที่ตนสงสัย
หรือหลักความเชื่อ 10 ประการ เป็นหลักตัดสิน คือ
1. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตาม ๆ กันมา
2. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบ ๆ กันมา
3. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ
4. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์
5. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก
6. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะการอนุมาน
7. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
8. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
9. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้
10. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้ เป็นครูของเรา


จะเห็นได้ว่าถ้าพิจารณาตามหลักกาลามสูตรทั้ง 10 ข้อแล้ว
ไม่มีอะไรน่าเชื่อถือเลย ไม่ว่าอะไรก็ไม่ควรเชื่อไปเสียหมด 
บางทีสาระสำคัญของกาลามสูตรไม่ได้อยู่ที่ว่าอะไรที่เชื่อถือได้  
แต่น่าจะอยู่ที่อะไร ๆ ในโลกก็ล้วนเชื่อถือไม่ได้ต่างหาก

ดังนั้นพุทธศาสนาจึงไม่ใช่ศาสนาที่สอนให้คนเชื่อ
แต่สอนให้คนอย่าหยุดที่จะพิสูจน์และค้นหาความจริง!!
บางอย่างที่เชื่อแล้วว่าจริง ที่สุดแล้ววันหนึ่งก็อาจไม่จริง
ข้อมูลหรือทฤษฎีบางอย่างที่พอเวลาผ่านไปคนรุ่นใหม่ก็สามารถค้นคว้า 
พิสูจน์จนพบทฤษฎีใหม่ข้อมูลใหม่ ๆ มาหักล้างทฤษฎีเก่าได้
แม้ในธรรมะของพุทธองค์เอง พระองค์ก็ไม่ได้สอนให้เชื่อ แต่ท้าให้มาพิสูจน์เหมือนดังคำบาลี
ที่แปลเป็นภาษาบ้าน ๆ ได้ดังนี้

“สวากขาโต ภควะตา ธัมโม
...เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหีติ”
ธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้นั้น
...เชิญพิสูจน์ด้วยตัวเองเถิด เป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตนเท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น