การชน(Collision)
การชน หมายถึง
การที่วัตถุหนึ่งกระทบกับอีกวัตถุหนึ่งในช่วงเวลาสั้น ๆ
หรือในบางครั้งวัตถุอาจไม่ต้องกระทบกันแต่มีแรงมากระทำต่อวัตถุแล้วให้ผลเหมือนกับการชน
ก็ถือว่าเป็นการชนกันลักษณะหนึ่ง
ชนิดของการชน
การชนในหนึ่งมิติมี 3 ลักษณะ
1. การชนแบบยืดหยุ่น (Elastic
collision)
2. การชนแบบไม่ยืดหยุ่น
(Inelaltic collision)
3. การชนแบบไม่ยืดหยุ่นสมบูรณ์
การชนในสองมิติมี 2 ลักษณะ
1. การชนในสองมิติแบบยืดหยุ่น
2. การชนในสองมิติแบบไม่ยืดหยุ่น
3. การชนในสองมิติแบบไม่ยืดหยุ่นโดยสมบูรณ์
การชนในหนึ่งมิติ หรือการชนในแนวเส้นตรง
ลักษณะการชนแบบนี้โมเมนตัมของวัตถุที่มาชนกันจะมีทิศทางขนานและอยู่บนแนวเส้นตรงเดียวกัน
กรณีที่วัตถุมีขนาด ในเบื้องต้นจะพิจารณาเสมือนวัตถุมีมวลรวมอยู่ตำแหน่งเล็ก
ๆ อันหนึ่งซึ่งเรียกว่า จุดศูนย์กลางมวล
ความเร็วของจุดศูนย์กลางมวลจะมีค่าเสมือนกับความเร็วของวัตถุทั้งก้อน
ดังนั้นความเร็วของวัตถุจะมีทิศทางผ่านจุดศูนย์กลางมวลเสมอ
การชนแบบนี้ยังแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ดังต่อไปนี้
คือ
1. การชนกันแบบยืดหยุ่น
(Elastic collision)
การชนในลักษณะนี้ระบบของวัตถุจะมีพลังงานจลน์ก่อนชนและพลังงานจลน์หลังชนมีค่าเท่ากัน
เป็นค่าคงตัวค่าหนึ่งเสมอ
หรือกล่าวได้ว่าเป็นการชนที่ไม่มีการสูญเสียพลังงานจลน์ไปเป็นพลังงานรูปอื่น ๆ โมเมนตัมรวมก่อนการชนเท่ากับโมเมนตัมรวมหลังการชน บางครั้งเรียกว่า การชนแบบยืดหยุ่นสมบูรณ์
ซึ่งไม่สามารถพบเห็นได้จริงจากชีวิตประจำวัน เช่น ถ้าปล่อยลูกเทนนิสตกกระทบพื้น
หากลูกเทนนิสกระทบพื้นเป็นการชนแบบยืดหยุ่น จะพบว่า เมื่อกระดอนขึ้นจากพื้น
ลูกเทนนิสจะกระดอนขึ้นมาเท่ากับระดับที่ปล่อย ซึ่งในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น
2. การชนแบบไม่ยืดหยุ่น
(Inelaltic collision)
เป็นการชนของวัตถุแล้วรูปร่างมีการเปลี่ยนแปลง
การชนแบบนี้พลังงานจลน์ไม่คงที่ พลังงานจลน์หลังชนมีค่าน้อยกว่าพลังงานจลน์ก่อนชน
เพราะว่าพลังงานจลน์บางส่วนนำไปใช้ในการเปลี่ยนรูปร่างวัตถุทำให้ บุบ ยุบ
และเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานเสียงแต่โมเมนตัมรวม ก่อนการชนเท่ากับโมเมนตัมรวมหลังการชน
Ekก่อนชน =
Ekหลังชน
3. การชนแบบไม่ยืดหยุ่นสมบูรณ์ (วัตถุจะติดกันไป)
กรณีนี้
เมื่อชนกัน วัตถุจะติดกันไป ทำให้สูญเสียพลังงานจลน์ของระบบ คือ พลังงานจลน์ก่อนชน
ไม่เท่ากับ พลังงานจลน์หลังชน พลังงานจลน์สูญเสียไปเนื่องจากการชน แต่ผลรวมของโมเมนตัม
ของระบบยังคงที่ คือ โมเมนตัมก่อนชน เท่ากับ โมเมนตัมหลังชน
ของระบบยังคงที่ คือ โมเมนตัมก่อนชน เท่ากับ โมเมนตัมหลังชน
การชนในสองมิติ
หรือการชนในแนวเฉียง
หมายถึงการชนของวัตถุซึ่งอยู่บนระนาบเดียวกัน
แต่แนวของการชนไม่ผ่านจุดศูนย์กลางมวล
แนวการเคลื่อนที่ของวัตถุก่อนชนและหลังชนไม่อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน เช่น
การชนกันของลูกบิลเลียด
แบ่งเป็น 3 ประเภทเช่นกัน
1. การชนใน 2 มิติแบบยืดหยุ่น
การชนใน 2 มิติเป้นการชนที่ไม่สูญเสียพลังงานจลน์ของระบบ
จะได้ว่า
ผลรวมของโมเมนตัมก่อนชน (แกน x)=ผลรวมของโมเมนตัมหลังชน (แกน x
ผลรวมของโมเมนตัมก่อนชน (แกน y)=ผลรวมของโมเมนตัมหลังชน (แกน y)
การชนใน 2 มิติเป้นการชนที่ไม่สูญเสียพลังงานจลน์ของระบบ
จะได้ว่า
ผลรวมของโมเมนตัมก่อนชน (แกน x)=ผลรวมของโมเมนตัมหลังชน (แกน x
ผลรวมของโมเมนตัมก่อนชน (แกน y)=ผลรวมของโมเมนตัมหลังชน (แกน y)
2. การชนใน 2 มิติแบบไม่ยืดหยุ่น
การชนใน 2 มิติแบบไม่ยืดหยุ่นเป็นการชนกันของวัตถุ ที่มีการสูญเสียพลังงานจลน์ของระบบ
จะได้ว่า
ผลรวมของโมเมนตัมก่อนชน (แกน x)=ผลรวมของโมเมนตัมหลังชน (แกน x
ผลรวมของโมเมนตัมก่อนชน (แกน y)=ผลรวมของโมเมนตัมหลังชน (แกน y)
การชนใน 2 มิติแบบไม่ยืดหยุ่นเป็นการชนกันของวัตถุ ที่มีการสูญเสียพลังงานจลน์ของระบบ
จะได้ว่า
ผลรวมของโมเมนตัมก่อนชน (แกน x)=ผลรวมของโมเมนตัมหลังชน (แกน x
ผลรวมของโมเมนตัมก่อนชน (แกน y)=ผลรวมของโมเมนตัมหลังชน (แกน y)
3. การชนแบบไม่ยืดหยุ่นโดยสมบูรณ์
(Perfectly Inelastic collision)
เป็นการชนที่มีผลรวมของโมเมนตัมของระบบคงที่แต่ผลรวมของพลังงานจลน์ของระบบไม่คงที่
และหลังจากชนแล้วมวลทั้งสองจะติดกันไป


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น